ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน
ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล
Thailand-China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem

ยินดีต้อนรับ欢迎你

ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล

ความเป็นมา

ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล
(Thailand-China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem)

     ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ได้รับการจัดตั้งตามข้อตกลงเรื่องการจัดตั้งโครงการเพื่อดำเนินการปฏิบัติการวิจัยร่วมด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ระหว่างกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแห่งราชอาณาจักรไทย และทบวงกิจการมหาสมุทร (State Oceanic Administration: SOA) สาธารณรัฐประชาชนจีน (Arrangement between the Ministry of Natural Resources and Environment of the Kingdom of Thailand and the State Oceanic Administration of the People’s Republic of China on establishment of Thailand-China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem) ซึ่งได้รับการลงนามเมื่อวันที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555 ณ. กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน ศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ฯ เปิดดำเนินงาน เมื่อวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2556 โดยมีสำนักงานตั้งอยู่ที่ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนบน จังหวัดภูเก็ต

เรียนรู้เพิ่มเติม

โครงการ

Ocean Forecasting and Marine Disaster Mitigation System of Southeast Asia Seas

โครงการ OFS เริ่มดำเนินงานในปี พ.ศ. 2553 และได้รับรองเป็นโครงการวิจัยภายใต้ชื่อ “Development of the Ocean Monitoring and Forecasting System for the South China Sea and Andaman Sea” ในปี พ.ศ. 2555 โดยความร่วมมือด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย กับ First Institute of Oceanography (FIO) Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน และเปลี่ยนเป็นชื่อปัจจุบันตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โครงการได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนจาก China-ASEAN Maritime Cooperation Fund เพื่อพัฒนาระบบพยากรณ์สภาพแวดล้อมของมหาสมุทรในพื้นที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนเผยแพร่ข้อมูลพยากรณ์วัตถุประสงค์พัฒนาระบบการพยากรณ์สภาพแวดล้อมของมหาสมุทรพัฒนาวิธีการแลกเปลี่ยนการพยากรณ์สภาพแวดล้อมของมหาสมุทรในกรณีเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินรวบรวมข้อมูลที่จำเป็นในการพยากรณ์สภาพแวดล้อมของมหาสมุทร โดยการติดตั้งระบบ ตรวจสอบเบื้องต้นจำนวน 3-5 สถานีศึกษาวิจัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่อ่าวไทย ทะเลอันดามันและพื้นที่ใกล้เคียงพัฒนาศักยภาพของนักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยรุ่นเยาว์ด้านแบบจำลองการพยากรณ์มหาสมุทรประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับสามารถนำข้อมูลที่ได้รับจากระบบพยากรณ์มาวิเคราะห์เพื่อสนับสนุนการเตือนภัยที่จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลผลการพยากรณ์มหาสมุทรล่วงหน้า 3 วัน ครอบคลุมพื้นที่อ่าวไทยและทะเลอันดามัน บุคลากรของประเทศไทยได้พัฒนาศักยภาพด้านสมุทรศาสตร์มีความร่วมมือภายในโครงการ และเกิดเครือข่ายในระดับภูมิภาคเพื่อการป้องกันระบบนิเวศทางทะเลและภัยพิบัติ 

Coastal Vulnerability Research

โครงการวิจัยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO), Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาวิจัยเกี่ยวกับดินตะกอนที่ทับถมใหม่ (Modern sediment) ประเมินสภาพแวดล้อมสมัยบรรพกาล (Paleo-environment) ภูมิอากาศบรรพกาล (Paleo-climate) ในบริเวณอ่าวเบงกอล ทะเลอันดามัน และอ่าวไทย โดยบรูณาการผลการศึกษาจากหลายปัจจัยที่เกี่ยวข้องซึ่งมีความสัมพันธ์กันวัตถุประสงค์สร้างระบบการตรวจสอบและเทคนิคการวิเคราะห์ความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งทะเลและพื้นที่สามเหลี่ยมปากแม่น้ำที่เกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์สร้างข้อมูลพื้นฐานในการศึกษาความเสี่ยงภัยทางทะเลศึกษาแนวทางการจัดการและการเตือนภัยที่เกิดจากความเสี่ยงภัยทางทะเลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับทราบรูปแบบองค์ประกอบของตะกอนดินในแม่น้ำสายหลักบริเวณอ่าวไทยตอนบนสามารถระบุการรุกล้ำของน้ำทะเลในบริเวณอ่าวไทยตอนบนได้ทราบปัจจัยความเสี่ยงภัยทางทะเลที่สัมพันธ์กับตะกอนดินใหม่และทราบแหล่งกำเนิดของตะกอนดินสามารถวิเคราะห์การเคลื่อนย้ายตะกอนดินเพื่อสนับสนุนการศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งบุคลากรได้พัฒนาศักยภาพด้านการจัดการชายฝั่งทะเลและธรณีวิทยาทางทะเล

Tropical Marine Ecosystem Collaborative Study

โครงการวิจัยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2557 โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO), Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาวิจัยด้านระบบนิเวศทางทะเล โดยโครงการ Tropical Marine Ecosystem Collaborative Study ประกอบด้วยโครงการย่อย ได้แก่ ระบบนิเวศทางทะเล ปะการัง การศึกษาทางพันธุกรรมและสัตว์ทะเลหายาก ต่อมาโครงการย่อยสัตว์ทะเลหายากได้รับการพัฒนาเป็นโครงการศึกษาสัตว์ทะเลหายาก หลังจากที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุน China–ASEAN Maritime Cooperation Fund ปัจจุบันมีโครงการวิจัยย่อยภายใต้โครงการทั้งสิ้น 5 โครงการ

Integrated Observation and Evaluation of Tropical Marine Environment

โครงการ Integrated Observation and Evaluation of Tropical Marine Environment ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ Third Institute of Oceanography (TIO) และ Island Research Center (IRC) ภายใต้ Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษากระบวนการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นบนชายหาดทรายเขตร้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับพลวัตทางสัณฐานชายฝั่ง (coastal morphodynamics) รวมถึงการระบุรูปแบบการเปลี่ยนแปลงทางสัณฐานวิทยาชายฝั่งอันเป็นผลมาจากกระบวนการทางธรณีวิทยาและกิจกรรมของมนุษย์ ตลอดจนการจำแนกการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งโดยอาศัยข้อมูลทางธรณี–สมุทรศาสตร์ เพื่อสนับสนุนการจัดทำแผนการจัดการและวางแผนชายฝั่งอย่างมีประสิทธิภาพ

Monsoon Onset Monitoring and Its Social and Ecosystem Impact

โครงการวิจัยนี้เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 โดยความร่วมมือทางวิทยาศาสตร์ระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO), Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงช่วงการเข้าสู่ลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นข้อบ่งชี้การเข้าสู่ฤดูฝนของประเทศไทย และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตลอดจนการแปรผันระหว่างปี โดยใช้ทุ่นสำรวจทางสมุทรศาสตร์ที่ติดตั้งในทะเลอันดามันวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการสังเกตการณ์มหาสมุทรในระดับภูมิภาคเพื่อศึกษาความแปรปรวนของสภาพภูมิอากาศและการเปลี่ยนแปลงเพื่อทำความเข้าใจกระบวนการทางสมุทรศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเกิดมรสุมและอิทธิพลต่อระบบนิเวศทางทะเลศึกษาแนวทางการลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในภาคสังคมและระบบนิเวศประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีฐานความรู้วงจรการเกิดลมมรสุม การเกิดปะการังฟอกขาว การจัดการชายฝั่งมีความเข้าใจในกระบวนการด้านสมุทรศาสตร์ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของลมมรสุมและผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นต่อระบบนิเวศทางทะเลศูนย์การเผยแพร่ความรู้และข้อมูลในระดับภูมิภาค

UNESCO-IOC Regional Training and Research Center on Ocean Dynamic and Climate

The Intergovernmental Oceanographic Commission of the United Nations Educational, Scientific and Cultural Organization (UNESCO/IOC) Regional Training and Research Center (RTRC) on Ocean Dynamics and Climate (ODC) ก่อตั้งอย่างเป็นทางการภายใต้ข้อตกลงความร่วมมือระหว่าง IOC และ First Institute of Oceanography (FIO) สาธารณรัฐประชาชนจีน ในระหว่างการประชุม Intergovernmental Session of UNESCO/IOC Sub-Commission for the Western Pacific (WESTPAC-VIII) ครั้งที่ 8 ที่เมืองบาหลี สาธารณรัฐอินโดนีเซีย ในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 โดย ODC เป็นศูนย์ฝึกอบรมระดับภูมิภาคแห่งแรกของ UNESCO/IOC โดยภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO) Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งนักวิจัยจากประเทศไทยได้รับการสนับสนุนให้เข้าร่วมอบรมอย่างต่อเนื่องวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพของบุคลากรในการศึกษาด้านสมุทรศาตร์ศาสตร์และภูมิอากาศเพื่อเพิ่มศักยภาพเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้แบบจำลองมหาสมุทรและภูมิอากาศเพื่อการพัฒนาระบบพยากรณ์สมุทรศาสตร์ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ได้รับการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพในการศึกษาด้านสมุทรศาสตร์และ ภูมิอากาศมีการแลกเปลี่ยนระหว่างผู้เชี่ยวชาญและนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ในการแบ่งปันแนวคิดและมุมมองทางวิทยาศาสตร์

Ecosystem Management Network for Marine and Coastal Areas

โครงการวิจัยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 ชื่อเดิม Ecological Management Networks for Marine Protected Areas โดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ Third Institute of Oceanography (TIO) Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน และปรับเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อปัจจุบันในปี พ.ศ. 2562 โดยเกิดจากความสำคัญในการนำองค์ความรู้ทางวิชาการมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมทางทะเลและชายฝั่งวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาแนวทางการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยใช้กลไกของพื้นที่คุ้มครองทางทะเลเพื่อพัฒนากลไกหรือวิธีการในการจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน

Marine Endangered Species Research

โครงการวิจัยดำเนินการโดยความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First institute of Oceanography (FIO) State Oceanic Administration (SOA) สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีสถานะเป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการ Tropical Marine Ecosystem Collaborative Study (TiME) ระหว่างปี พ.ศ. 2555 - 2558   ก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนให้เป็นโครงการหลักในปี พ.ศ. 2559 เมื่อได้รับการสนับสนุนด้านงบประมาณจาก China-ASEAN Maritime Cooperation Fund โดยมุ่งเน้นในการเสริมสร้างศักยภาพในการศึกษาสถานภาพสัตว์ทะเลหายาก และแหล่งที่อยู่อาศัย ครอบคลุมกลุ่มประชากรสัตว์ทะเลหายากที่สำคัญในประเทศไทย โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาสนับสนุน กิจกรรมภายใต้โครงการ เช่น การศึกษาประชากรโลมาที่เกาะไม้ท่อนโดย UAV การศึกษาโลมาอิรวดีในทะเลสาบสงขลา การศึกษาวาฬบรูด้าในอ่าวไทย การศึกษาพะยูนและโลมาชายฝั่งในจังหวัดตรัง การศึกษาโลมาหลังโหนกในอ่าวขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช การวิเคราะห์พันธุกรรมและการปนเปื้อนของโลหะหนักการอพยพของเต่าทะเล การฝึกอบรมเพื่อช่วยเหลือสัตว์ทะเลหายาก และการพัฒนาฐานข้อมูลสัตว์ทะเลหายากระดับภูมิภาค เป็นต้นวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาลักษณะทางชีววิทยาและระบบนิเวศของสัตว์ทะเลหายาก โดยใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ด้านสัตว์ทะเลหายาก พร้อมทั้งเพิ่มขีดความสามารถในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายากการปรับปรุงข้อมูลสถานภาพสัตว์ทะเลหายาก และการประเมินแหล่งที่อยู่อาศัย วิเคราะห์ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการใกล้สูญพันธุ์ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีองค์ความรู้ด้านการจัดการสัตว์ทะเลหายากในประเทศไทยและประเทศในภูมิภาคอาเซียนมีแนวทางมาตรฐานการดำเนินงานเกี่ยวกับสัตว์ทะเลหายาก ด้วยการผนวกรวมเทคโนโลยีที่ทันสมัยเพิ่มเติม และให้ข้อมูลเพื่อสนับสนุนการจัดการพื้นที่คุ้มครองทางทะเลและศูนย์ช่วยเหลือสำหรับสัตว์ทะเลหายากบุคลากรงานด้านสัตว์ทะเลหายากได้รับการพัฒนาศักยภาพมีความร่วมมือที่ดีของเครือข่ายในการบริหารจัดการสัตว์ทะเลหายาก

Marine Spatial Planning Collaborative Study

โครงการวิจัยดำเนินงานภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO) Ministry of Natural Resources (MNR) สาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาการวางแผนเชิงพื้นที่ทางทะเลในประเทศไทย โดยมีพื้นที่ศึกษานำร่องที่เกาะล้าน จังหวัดชลบุรี ประเทศไทย ทั้งนี้ แรกเริ่มได้ดำเนินงานภายใต้โครงการ Ecological Management Networks for Marine Protected Areas (EMPA) ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 และได้รับการเห็นชอบให้เป็นโครงการวิจัยหลักในปี พ.ศ. 2562 ปัจจุบันได้ขยายพื้นที่ศึกษาไปยังเกาะสีชัง จังหวัดชลบุรี ประเทศไทยวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาการศึกษาเกี่ยวกับการจัดการเชิงพื้นที่ในการจัดการทรัพยากรทางทะเลเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและมาตรการแก้ไขปัญหาเชิงพื้นที่ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีแนวทางการดำเนินงานการวางแผนจัดการเชิงพื้นที่ทางทะเลและชายฝั่งในประเทศไทยการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยมีประสิทธิภาพดีขึ้นบุคลากรด้านการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้รับการพัฒนาศักยภาพมีความร่วมมือที่ดีในการดำเนินงานวิจัยด้านทะเลระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน

Technical Cooperation on Marine Debris and Microplastic Monitoring and Research

     โครงการวิจัยนี้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ภายใต้ความร่วมมือระหว่างกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประเทศไทย และ First Institute of Oceanography (FIO), State Oceanic Administration (SOA) สาธารณรัฐประชาชนจีน เป็นโครงการย่อยภายใต้โครงการ Tropical Marine Ecosystem Collaborative Study โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อร่วมกันพัฒนามาตรฐานวิธีการเก็บและวิเคราะห์ตัวอย่างในห้องปฏิบัติการในระดับภูมิภาค รวมถึงการศึกษาชนิด ปริมาณ และการกระจายของไมโครพลาสติกทั้งในตะกอนและห้วงน้ำ ตลอดจนการประเมินผลกระทบของไมโครพลาสติกที่มีต่อระบบนิเวศทางทะเล เพื่อนำไปสู่การจัดทำแผนการจัดการขยะทะเลและไมโครพลาสติกที่มีประสิทธิภาพ     ต่อมา โครงการได้รับการยกระดับเป็นโครงการวิจัยหลัก โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการร่วมไทย–จีน ภายใต้กรอบความร่วมมือด้านทะเล ในการประชุมครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2568วัตถุประสงค์ศึกษาการแพร่กระจายของไมโครพลาติกในเขตทะเลไกลฝั่ง เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลต่อเนื่องจากพื้นที่ติดตามตรวจสอบบริเวณใกล้ฝั่ง ซึ่งเป็นภารกิจหลักของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งศึกษาการปนเปื้อนของไมโครพลาสติกในสิ่งมีชีวิตในทะเล โดยแบ่งเป็นสัตว์สายพันธุ์สำคัญในระบบนิเวศทางทะเล (flagship species) และสัตว์เศรษฐกิจที่ถูกบริโภคในมนุษย์โครงการนำร่องศึกษาสารปนเปื้อนอันตรายที่เกี่ยวเนื่องจากไมโครพลาสติกในเนื้อเยื่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมพัฒนาศักยภาพของนักวิจัยด้านการสำรวจขยะทะลและไมโครพลาสติกประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับการพัฒนาฐานข้อมูลที่ครอบคลุมเกี่ยวกับขยะทะเลและไมโครพลาสติกในพื้นที่ทะเลนอกชายฝั่งของประเทศไทย โดยบูรณาการเข้ากับ Marine Microplastic Data Integration System จาก FIO และ ระบบฐานข้อมูลขยะทะเล ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งการจัดทำข้อมูลฐานมาตรฐานระดับชาติที่มีความน่าเชื่อถือทางวิทยาศาสตร์ เกี่ยวกับการสะสมของไมโครพลาสติกในสิ่งมีชีวิตทะเลในพื้นที่สำคัญของประเทศไทย เพื่อให้สามารถเปรียบเทียบกับชุดข้อมูลระหว่างประเทศและการศึกษาระดับโลกได้นักวิจัยรุ่นใหม่ของประเทศไทย (Thailand ECOP) สามารถเพิ่มขีดความสามารถและความเข้าใจด้านการวิจัยไมโครพลาสติกจากโครงการฝึกอบรมได้เสริมสร้างความร่วมมือไทย–จีน และขยายการมีส่วนร่วมภายใต้โครงการทศวรรษแห่งวิทยาศาสตร์ทางทะเลเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (UN Decade of Ocean Science programs

ข่าวและกิจกรรม

see more +

สวล. ศูนย์ฯ ไทย - จีน และโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา ร่วมจัดกิจกรรมโครงการสานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน เพื่อการอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน

สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการงวิจัยร่วมไทย - จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล และโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา จัดกิจกรรมโครงการสานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืนวันที่ 7 พฤศจิกายน 2568 สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลน โดยส่วนประสานความร่วมมือและนวัตกรรม และศูนย์วิจัยและพัฒนาทรัพยากรป่าชายเลนที่ 3 ร่วมกับศูนย์ปฏิบัติการงวิจัยร่วมไทย - จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล และโรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา จัดกิจกรรมโครงการสานสัมพันธ์ 50 ปี ไทย - จีน ร่วมใจอนุรักษ์ป่าชายเลนอย่างยั่งยืน (50th anniversary of Thailand-China diplomatic relations: Joint Efforts for Sustainable Mangrove Conservation) ทั้งนี้ได้รับเกียรติจากนายกฤษชนะ นิสสะ ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 6เป็นประธานเปิดโครงการดังกล่าวสำหรับการจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 50 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูต ไทย - จีน และเปิดตัวประชาสัมพันธ์ ศูนย์การศึกษาธรรมชาติไทย - จีน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านป่าชายเลน ที่จัดตั้งขึ้น ณ โรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา มีผู้เข้าร่วมโครงการทั้งหมด 210 คน ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ DMCR , เจ้าหน้าที่ FlO, คุณครูและนักเรียน และเครือข่ายชุมชนชายฝั่งจังหวัดพังงา

กิจกรรม

เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ครั้งที่ 13

ระหว่างวันที่ 8 – 9 กันยายน 2568 สถาบันสมุทรศาสตร์ที่ 1 (First Institute of Oceanography, FIO) จัดการประชุมคณะกรรมการบริหารศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ครั้งที่ 13 (SCM-13) ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างไทย–จีน ด้านทะเล ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมี นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานร่วมฝ่ายไทย และ Prof. Qiao Fangli รองอธิบดีสถาบันสมุทรศาสตร์ที่ 1 เป็นประธานร่วมฝ่ายจีน การประชุมดังกล่าวมีผู้แทนจากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรธรณี และมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เข้าร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินงานโครงการวิจัยร่วม ภายใต้กรอบความร่วมมือระหว่างไทย–จีน ด้านทะเล รวมถึงการดำเนินกิจกรรมต่างๆ ประจำปี พ.ศ. 2568 และร่วมพิจารณาแผนการดำเนินงานประจำปี พ.ศ. 2569 ของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล ซึ่งได้มีการระดมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะในการดำเนินการเพื่อพัฒนาแนวทางความร่วมมือในอนาคตต่อไป

ประชุม

ร่วมการประชุม The 14th China-Thailand Joint Workshop on Ocean Science and Technology Cooperation

ระหว่างวันที่ 10–11 กันยายน 2568 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เข้าร่วมในการประชุม The 14th China-Thailand Joint Workshop on Ocean Science and Technology Cooperation จัดโดยหน่วยงาน First Institute of Oceanography (FIO) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ (Ministry of Natural Resources, MNR) ณ เมืองหนานหนิง สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีนายอุกฤต สตภูมินทร์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และนางสุรีย์ สตภูมินทร์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง นำคณะเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและกรมทรัพยากรธรณี เข้าร่วมการประชุม ดังกล่าวการประชุมนี้จัดขึ้นภายใต้การสนับสนุนของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล (Thailand – China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นเวทีในการนำเสนอความก้าวหน้างานวิจัยและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านทะเลระหว่างไทย-จีนการประชุมมีผู้เข้าร่วมรับฟังการบรรยายในห้องประชุมจำนวนกว่า 60 คน และได้มีผู้สนใจสอบถามข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นด้านต่างๆ รวม 37 ท่าน และภาคโปสเตอร์จำนวน 21 เรื่อง ภายใต้ประเด็นหลัก 3 ด้าน ได้แก่ (1) มหาสมุทร ภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม (2) ความหลากหลายทางชีวภาพ ระบบนิเวศ และเทคโนโลยีชีวภาพทางทะเล และ (3) ธรณ๊วิทยา และการวางแผนเชิงพื้นที่การใช้ประโยชน์ทรัพยากรทางทะเล

สัมมนา

อบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแบบจำลองการแพร่กระจายของสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์

ระหว่างวันที่ 25 – 28 สิงหาคม 2568 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลาง ร่วมกับนักวิจัยจาก First Institute of Oceanography (FIO) ดำเนินการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการ การจัดทำแบบจำลองการแพร่กระจายของสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ (Training Workshop on Species Distribution Model for Endangered Species) ณ โรงแรมดีโอลล์เลย์ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ภายใต้การสนับสนุนการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการวิจัยร่วมไทย-จีน ด้านสภาพภูมิอากาศและระบบนิเวศทางทะเล (Thailand – China Joint Laboratory for Climate and Marine Ecosystem) โดยมี นางสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เป็นประธานเปิดกิจกรรม การอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ในจัดทำแบบจำลองการแพร่กระจายของสัตว์ทะเลหายากและใกล้สูญพันธุ์ และพัฒนาศักยภาพในการวิเคราะห์และจัดการข้อมูลสัตว์ทะเลหายากอย่างเป็นระบบ ซึ่งมีผู้เข้าร่วมอบรมในสังกัดสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และกองอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลจำนวน 26 คน วิทยากร จำนวน 5 คน และผู้จัดฝึกอบรม จำนวน 4 คน รวมทั้งสิ้นจำนวน 35 คน

สัมมนา